ธรรมชาติสีเขียว
วันอาทิตย์ที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554
กล้วย
เรื่องกล้วย ๆ
เรื่องราวใด สิ่งใดที่ทำให้สำเร็จได้โดยง่าย ผู้ทำมักจะพูดว่า
“
เรื่องกล้วยๆ
“
แต่ในที่นี้ข้าพเจ้าหมายถึงกล้วยจริงๆ กล้วยที่ใช้รับประทานได้ และมีมากมายหลายชนิดในเมืองไทยของเรา
เชื่อกันว่ากล้วยที่ปลูกกันทุกวันนี้กลายพันธุ์มาจากกล้วยป่า ซึ่งอยู่ทั่วไปในป่าธรรมชาติ ต่อมากลายพันธุ์เป็นกล้วยบ้านที่มนุษย์เพาะปลูก ที่รู้จักกันดีก็มีอยู่หลายชนิด เช่น กล้วยน้ำว้า กล้วยหอม กล้วยไข่ กล้วยหักมุก กล้วยเล็บมือนาง เป็นต้น
กล้วยเป็นไม้ล้มลุก สูง
2-4
เมตร มีลำตันอยู่ใต้ดินเรียกว่าเหง้า ลำต้นที่เห็นเป็นส่วนของกาบใบที่หุ้มรวมกันเป็นทรงกลม เรียกว่าหยวกกล้วย ใบกล้วยเรียกกันว่าใบตอง และดอกกล้วยเรียกว่าปลีกล้วย ขยายพันธุ์โดยใช้หน่อ นิยมปลูกในดินร่วน
นอกจากนี้กล้วยยังเป็นความสำคัญและมีประโยชน์ทางคุณค่าทางอาหาร และเป็นยารักษาโรคอีกด้วย ในน้ำหนัก
100
กรัมเท่ากัน ของกล้วย
3
ชนิด กล้วยน้ำว้าให้พลังงานมากที่สุด รองลงมาคือกล้วยไข่และกล้วยหอมตามลำดับ จึงมีคำพูดที่ว่า
“
ถ้าหิวไม่มีอะไรกิน ให้กินกล้วยน้ำว้ากับน้ำ
1
แก้วก็อิ่มไปนาน
”
ในกล้วยน้ำว้ายังพบว่ามีโปรตีน แคลเซียม ฟอสฟอรัส เหล็ก วิตามินเอ และวิตามินซีสูง ซึ่งเด็กเล็กถ้าเป็นโรคเลือดออกตามไรฟัน ให้กินกล้วยสุกจะหายภายใน
1
เดือน ส่วนใครที่ท้องผูกเป็นประจำ ขอแนะนำให้กินกล้วยเป็นประจำอย่างต่อเนื่อง จะช่วยให้ท้องไม่ผูก เพราะในกล้วยสุกมีสารเพคติน สารนี้จะไปช่วยเพิ่มปริมาณของอุจจาระ และทำให้ ถ่ายอุจจาระได้คล่องขึ้น ส่วนถ้าใครท้องเสีย ให้กินกล้วยดิบหรือกล้วยห่าม เพราะจะมีสารฝาดสมาน ชื่อแทนนิน สารนี้จะช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อโรค ถ้าต้องการไม่ให้มีกลิ่นปาก และผิวพรรณดี ให้กินกล้วยน้ำว้า กล้วยหอมหรือกล้วยใข่ หรือกล้วยอะไรก็ได้ แล้วค่อยแปรงฟัน ทำอย่างนี้สัก
1
สัปดาห์ กลิ่นปากจะหายไป และผิวพรรณดีขึ้นด้วย
กล้วยรักษาโรค
1.
โรคโลหิตจาง
ในกล้วยมีธาตุเหล็กสูงจะเป็นตัวช่วยกระตุ้นการผลิตฮีโมโกลบินในเลือด และจะช่วยในกรณีที่มีสภาวะขาดกำลัง หรือภาวะโลหิตจาง
2.
โรคความดันโลหิตสูง
มีธาตุโปรแตสเซียมสูงสุด แต่มีปริมาณเกลือต่ำ ทำให้เป็นอาหารที่สมบูรณ์แบบที่สุดที่จะช่วยความดันโลหิตมาก อย.ของอเมริกา ยินยอมให้อุตสาหกรรมการปลูกกล้วยสามารถ โฆษณาได้ว่า กล้วยเป็นผลไม้พิเศษช่วยลดอันตรายอันเกิดจากเรื่องความดันโลหิตหรือโรคเส้นเลือดฝอยแตก
3.
กำลังสมอง
นักเรียน
200
คน ที่โรงเรียน
Twickenham
ได้รับผลดีจากการสอบตลอดปีนี้ ด้วยการรับประทานกล้วย ในมื้ออาหารเช้า ตอนพัก และมื้ออาหารกลางวันทุกวัน เพื่อช่วยส่งเสริมกำลังของสมองในพวกเขา จากงานวิจัยแสดง ให้เห็นว่าปริมาณโปรแตสเซียมที่มีอยู่เต็มเปี่ยมในกล้วยสามารถให้นักเรียนมีการตื่นตัวในการเรียนมากขึ้น
4.
โรคท้องผูก
ปริมาณเส้นใยและกากอาหารที่มีอยู่ในกล้วยช่วยให้การขับถ่ายเป็นปกติ และยังช่วยแก้ ปัญหาโรคท้องผูกโดยไม่ต้องกินยาถ่ายเลย
5.
โรคความซึมเศร้า
จากการสำรวจเร็ว ๆ นี้ ในจำนวนผู้ที่มีความทุกข์เกิดจากความซึมเศร้าหลายคนจะมี ความรู้สึกที่ดีขึ้นมากหลังการกินกล้วย เพราะมีโปรตีนชนิดที่เรียกว่า
try potophan
เมื่อสารนี้เข้าไปในร่างกายจะ ถูกเปลี่ยนเป็น
serotonin
เป็นที่รู้จักกันดีว่าเป็นตัวผ่อนคลายปรับปรุงอารมณ์ให้ดีขึ้นได้ คือทำให้เรารู้สึกมีความสุขเพิ่มขึ้นนั่นเอง
6.
อาการเมาค้าง
วิธีที่เร็วที่สุดที่จะแก้อาการเมาค้าง คือ การดื่มกล้วยปั่นกับนมและน้ำผึ้ง กล้วยจะทำให้ กระเพาะของเราสงบลง ส่วนน้ำผึ้งจะเป็นตัวช่วยหนุนเสริมปริมาณน้ำตาลในเส้นเลือดที่หมดไปในขณะที่นมก็ช่วย ปรับระดับของเหลวในร่างกายของเรา
7.
อาการเสียดท้อง
กล้วยมีสารลดกรดตามธรรมชาติที่มีผลต่อร่างกายของเรา ถ้าปัญหาเกี่ยวกับอาการเสียด ท้อง ลองกินกล้วยสักผล คุณจะรู้สึกผ่อนคลายจากอาการเสียดท้องได้
8.
ความรู้สึกไม่สบายในตอนเช้า
การกินกล้วยเป็นอาหารว่างระหว่างมื้ออาหาร จะรักษาระดับน้ำตาลใน เส้นเลือดให้คงที่ เพื่อหลีกเลี่ยงความรู้สึกไม่สบายในตอนเช้า
9.
ยุงกัด
ก่อนใช้ครีมทาแก้ยุงกัด ลองใช้ด้านในของเปลือกกล้วยทาบริเวณที่ถูกยุงกัด มีหลายคนพบอย่าง มหัศจรรย์ว่า เปลือกกล้วยสามารถแก้เม็ดผื่นคันที่เกิดจากยุงกัดได้
10.
ระบบประสาท
ในกล้วยมีวิตามินบี สูงมาก ช่วยทำให้ระบบประสาทสงบลงได้ โรคน้ำหนักเกินและโรคที่ เกิดในที่ทำงาน จากการศึกษาของสถาบันจิตวิทยาในออสเตรียค้นพบว่า ความกดดันในที่ทำงานเป็นเหตุนำไปสู่ การกินอย่างจุบจิบ เช่นอาหารพวกช็อคโกแล็ต และอาหารประเภททอดกรอบต่าง ๆ ในจำนวนคนไข้
5,000
คน ในโรงพยาบายต่าง ๆ นักวิจัยพบว่า ส่วนใหญ่เป็นโรคอ้วนมากเกินไป และส่วนใหญ่ทำงานภายใต้ความกดดันสูง มาก จากรายงานสรุปว่า เพื่อหลีกเลี่ยงการตื่นตระหนกและนำไปสู่การกินอาหารอย่างบ้าคลั่ง เราจึงต้องควบคุม ปริมาณน้ำตาลในเส้นเลือด ด้วยการกินอาหารว่างที่มีปริมาณคาร์โบโฮเดรตสูง เช่น กินกล้วยทุก
2
ชั่วโมง เพื่อรักษาปริมาณน้ำตาลให้คงที่ตลอดเวลา ไม่ต้องคำนึงถึงเรื่อยยา การกินกล้วยที่มีวิตามินบี
6
ซึ่งประกอบด้วย สารควบคุมระดับกลูโคสที่สามารถมีผลต่ออารมณ์ได้
11.
โรคลำไส้เป็นแผล
กล้วยเป็นอาหารที่แพทย์ใช้ควบคุม เพื่อต้านทานการเกิดโรคลำไส้เป็นแผล เพราะ เนื้อของกล้วยมีความอ่อนนิ่มพอดี เป็นผลไม้ชนิดเดียวที่ทานได้ง่าย ๆ ไม่ยุ่งยากสำหรับผู้ที่มีปัญหาเรื่องโรค ลำไส้เรื้อรัง และกล้วยยังมีสภาพเป็นกลางไม่เป็นกรด ทำให้ลดการระคายเคือง และยังไปเคลือบผนังลำไส้และ กระเพาะอาหารด้วย
12.
การควบคุมอุณหภูมิของร่างกาย
ในวัฒนธรรมของหลายแห่งเห็นว่ากล้วย คือผลไม้ที่สามารถทำให้ อุณหภูมิเย็นลงได้ทั้งทางร่างกายและจิตใจ โดยเฉพาะอุณหภูมิของอารมณ์ของคนที่เป็นแม่ที่ชอบคาดหวัง ตัวอย่างในประเทศไทย จะให้ผู้หญิงที่กำลังตั้งครรภ์รับประทานกล้วยทุกวันเพื่อให้แน่ใจว่า ทารกที่เกิดมา จะมีอุณหภูมิเย็น
ประโยชน์ของกล้วย
เราคงจะไม่ปฏิเสธว่า
"
กล้วย" เกี่ยวข้องและเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตคนไทยนับตั้งแต่เกิดจนกระทั่ง สิ้นอายุขัย...
ในสมัยโบราณ เมื่อสตรีจะคลอดบุตรมักจะมีการจัดเครื่องบูชาสำหรับหมอตำแยเพื่อทำพิธีกรรมที่เป็น มงคลแก่แม่ และลูกที่จะคลอดออกมา เครื่องบูชามักจะประกอบด้วย ขันข้าว ซึ่งบรรจุด้วยข้าวสาร เงิน และสิ่งของต่าง ๆ ได้แก่ หมาก พลู ธูป เทียน และในจำนวนนี้จะต้องมีกล้วยอยู่เสมอ
เมื่อทารกอายุได้ประมาณ
3
เดือน และพร้อมที่จะรับประทานอาหารอื่นนอกจากนมแม่ได้แล้ว แม่จะเริ่มให้ลูกรับประทานกล้วยควบคู่กับนม เพราะเห็นว่ากล้วยเป็นผลไม้ที่มีคุณค่าทางอาหารสูง และเป็นอาหารที่ย่อยง่าย
เมื่อลูกโตขึ้น แม่ก็จะพยายามประดิษฐ์ของเล่นให้ลูก ของเล่นเหล่านั้นส่วนหนึ่งก็มาจากกล้วย เป็นต้นว่า
·
นำก้านกล้วยมาทำเป็นปืนเด็กเล่น
·
นำก้านกล้วยมาทำเป็นม้าสำหรับขี่
·
นำใบตองมาม้วนทำเป็นปี่สำหรับเป่า
·
นำหยวกกล้วยมาทำเป็นทุ่น หรือแพ สำหรับหัดว่ายน้ำ
ในวัยศึกษาเล่าเรียน กล้วย ก็เข้ามาสู่ห้องเรียนในลักษณะต่าง ๆ เช่น
·
ผูกเป็นปริศนาให้ทาย เช่น
"
อะไรเอ่ย ต้นเท่าขา ใบวาเดียว"
·
ใช้เปรียบเทียบกับความงามของสุภาพสตรีในวรรณคดี เช่น
"
เรื่องกามนิต-วาสิฏฐี ที่ว่า ขาเธองามดุจลำกล้วย"
·
ใช้ในคำพังเพยเปรียบเทียบการทำลายล้างเผ่าพันธุ์อย่างถอนรากถอนโคลน
"
โค่นกล้วยอย่าไว้หน่อ ฆ่าพ่ออย่าไว้ลูก"
·
ใช้ในสำนวนหรือคำพังเพยแสดงความหมายว่าเป็นเรื่องง่าย ๆ เช่น
ง่ายเหมือนปลอกกล้วยเข้าปาก
เรื่องกล้วย ๆ กล้วยมาก
ตลอดช่วงชีวิตมนุษย์
สามารถใช้ประโยชน์จากทุกส่วนของกล้วย เช่น
ใช้เป็นอาหารคาว หวาน
ใช้ประดิษฐ์เป็ฯของใช้
ใช้เป็นยาสมุนไพรรักษาโรค
ในงานบวช และงานมงคลต่าง ๆ
กล้วย มักจะถุนำมาใช้เป็นส่วนประกอบของงานในลักษณะต่าง ๆ เสมอ เช่น
·
ใบตองกล้วย
ถูกนำมาใช้ประดิษฐ์เป็นบายศรีเป็นส่วนประกอบ ของพวงมาลัย
·
ก้านกล้วย และใบตอง
นำมาใช้เป็นกระทง
·
กล้วยทั้งเครือ นำมาประดับบ้าน เวลามีงานมงคล
เมื่อถึงคราวที่หนุ่มสาวจะเข้าสู่พิธีแต่งงานกล้วยจะเป็นพืชชนิดหนึ่ง ที่มักจะนำมาใช้ เป็นส่วนประกอบของงานเสมอ เช่น
·
ใช้ต้นกล้วยเป็นส่วนประกอบในขบวนแห่ขันหมาก
·
ใช้ผลกล้วย ใบกล้วย ก้าน และหยวกกล้วย เป็นส่วนประกอบในการประกอบพิธีการต่าง ๆ
ในการปลูกสร้างบ้านเรือนกล้วยจะเป็นส่วนประกอบสำคัญในการทำพิธียกเสาเอกลงหลุมโดยเขามัก จะใช้หน่อกล้วยและต้นอ้อยผูกไว้ที่ปลายเสาเอกและเมื่อทำพิธียกเสาลงหลุมเสร็จก็จะปลดเอาหน่อกล้วย และต้นอ้อย ไปปลูกไว้ในบริเวณใกล้บ้าน พยายามประคับประคองให้เจริญงอกงามเพราะถือว่าเป็น เครื่องเสี่ยงทายความอุดมสมบูรณ์ของเจ้าของบ้าน
จวบจนกระทั่ถึงวาระสุดท้ายของชีวิต มนุาย์เราก็ยังเกกี่ยวข้องกับกล้วยอย่างมิเสื่อมคลาย ในสมัยก่อน เขามักใช้ใบตองมารองศพ ใช้ต้นกล้วยมาสลักหยวก(แทงหยวก)
ประดิษฐ์ในเมรุ หรือโลงศพ ใช้ต้นกล้วย ใบตอง ทำฐานเสียบดอกไม้ประดับในงานศพ
"
กล้วยเจ้าเอ๋ย...เจ้ามิเคยห่างหายไปจากข้าเราผูกพันกับเจ้า ตลอดมา และตัวข้าจะลืมเจ้าได้ฉันใดเล่าเพื่อนเอย"
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น
บทความใหม่กว่า
บทความที่เก่ากว่า
หน้าแรก
สมัครสมาชิก:
ส่งความคิดเห็น (Atom)
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น